เขียนถึงความรัก

 

สวัสดีค่ะ

 

.....เอมหายจากหน้าไดไปสักพัก...มิรู้ว่าใครจักคิดถึงไหม
กลับมาแล้วนะคุณขามาอัพไดฯ....วาเลนไทน์ต้องเขียนถึงสักหน่อยซิ !

 


เพลงประกอบไดฯวันนี้ เพลง For good
เป็นเพลงจากละคร เรื่อง The Wicked 
ตอนที่พูดถึงแม่มดกลินดาและแม่มดเอลฟาบา

เคยลงไปแล้วรอบหนึ่ง ลงซ้ำเพราะชอบ
ไม่ได้ยินเพลง  รบกวนบอกด้วยนะคะ
อาจจะต้องรอดาวน์โหลดหน่อยค่ะ
อยากให้ฟังมากค่ะ เพลงนี้ไพเราะจริงๆ

 

เลือกเพลงนี้มาลงในวันแห่งความรัก
เพราะเอมเห็นว่าความรักที่สวยงามที่สุด
ต้องมีกลิ่นอายของมิตรภาพเจืออยู่ด้วยเสมอค่ะ ^^

 

 

เขียนถึงความรัก....อืม...
จริง ๆ ช่วงปลายปี ๔๙ เอมเขียนถึงบ่อยมากเลยเนอะ
เลยขอเอาความคิดเห็นจากไดหน้าเก่า ๆ มาโม่รวมกัน
ส่อนิสัยขี้เกียจใช่ไหมเนี่ย ฮ่า ๆ

เพิ่มเติม * หลังจากเขียนจบ พบว่าเขียนใหม่อาจจะง่ายกว่า -''-




เริ่มเลยดีกว่า...

 


พูดถึงความรัก (อีกแล้ว) 
เอมคิดว่าความรักควรอยู่ในหัวใจทุกคน
เริ่มต้นจากรักตัวเองก่อน
ต่อมาก็รักคนอื่น  เริ่มต้นจากสมาชิกในครอบครัว
แล้วขยายออกมาถึงเพื่อน และคนในสังคม
ดังนั้นจึงไม่ใช่รักในเชิงชู้สาวของชายหญิงเท่านั้น
แต่เป็นคำว่ารักที่ต้องมี "เมตตา" และ "กรุณา" ร่วมด้วยเสมอ
โดยเฉพาะเมตตากรุณาตนเอง





อันที่จริงแล้วเราทุกข์และเจ็บปวดเพราะความรัก
อาจจะเป็นได้ว่าเราลืมเมตตาตัวเอง...
แก้ได้ด้วยการเตือนสติตนไว้เสมอ
ว่าไม่มีอะไรในโลกใบนี้ที่เป็นของเรา
ไม่มีเลย..แม้แต่ลมหายใจของเราเอง

 


หลายครั้งหลายหนที่เรากลัวตาย
โดยที่ลืมนึกไปว่าเมื่อเกิดมา
ก็ต้องยอมรับด้วยว่ามีความตายผูกติดมาพร้อมกัน
หลายคนทุกข์เพราะการจากลา
โดยลืมคิดไปว่าการจากลาเป็นส่วนหนึ่งของการพบกัน
เมื่อเลือกที่จะสร้างความสัมพันธ์
ก็ต้องยอมรับว่าการสิ้นสุดความสัมพันธ์
เป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์

 


ฉันจากเธอไป...
เธอจากฉันไป...
เราจากกันไป...
ไม่ว่าจะเกิดขึ้นด้วยเหตุผลอะไร
มันก็ไม่ต่างกันในสาระสำคัญ
คือเราต้องจากกันไป...


 

ดังนั้นถ้ารักแบบไม่มีสติ คิดว่าเขาคือของเรา
เขาคือสิ่งสำคัญสุดในชีวิต เขาคือทุกสิ่งทุกอย่าง
(ตามที่เนื้อเพลงรัก-อกหัก-สลด-หดหู่ ชอบเขียน)
มันจะนำทุกข์ให้มากมายในวันที่ไม่มีเขานะคะ
เอมไม่อยากให้ใครยึดติด
เพราะรู้ว่ามันนำมาสู่ความทุกข์มหาศาล



สื่อต่างๆก็คุกคามจินตนาการเราเหลือเกิน
มักสร้างภาพฝันว่ารักนั้นแสนสุข บรมสุข 
ซึ่งไม่จริงเพราะจริงๆมันไม่มีหรอกที่เป็นแบบนั้น
ทุกความสัมพันธ์มีบาดแผลและหยาดน้ำตาค่ะ
จะต่างกันตรงมีมากหรือมีน้อยน่ะแหละ

 


หลายครั้งที่ได้อ่าน หรือได้ฟังความทุกข์
จากหัวใจที่ผิดหวังในความรัก


"ไม่มีเธอ แล้วฉันจะอยู่ไปเพื่ออะไร"

"ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้ "

"ชั้นมันไม่มีค่าใช่ไหม เธอถึงทิ้งชั้นไป"



อย่าคิดเลยนะคะว่าต้องผู้ชาย/ผู้หญิงคนนี้เท่านั้น
ถึงจะการันตีคุณค่าเราได้ เขาคนนี้เท่านั้นที่รักเรา
ไม่งั้นเราจะแย่ ต้องอยู่ไม่ได้ ตายหยังเขียด
และอย่าลืมด้วย ว่าเราน่ะเป็นที่รักยิ่งของใครอีกหลายคน
ทั้ง พ่อ แม่ พี่ น้อง  ป้า น้า อา ลุง  เพื่อน ฯลฯ
และคุณค่าของตัวเรา ไม่มีใครมาให้ตัดสินได้หรอก 
ยกเว้นตัวเราเองนี่แหละ




โลกนี้มีอะไรสวยงามมากมายค่ะ
ในคืนเดือนมืด  ดาวสวย
ในคืนเดือนเพ็ญ พระจันทร์สวย
หามุมมองดีๆให้กับชีวิต 
อย่าคาดหวังอะไรจากคนอื่น
เพราะจะผิดหวังได้ง่ายๆ

 


พูดถึงมุมมอง ก็ยกข้อความเดิมของตัวเองมาแปะ


 

"...ที่แท้ทั้งหมดก็เพราะอารมณ์ของเราเองนี่แหละหนอ
ที่ปรุงแต่งให้อะไรในโลกนี้มันเป็นไป….
เพราะโลกมันก็อยู่ของมันตามปกติ
กลางวันก็เป็นกลางวัน....กลางคืนก็ยังเป็นกลางคืน
พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออก  และตกทางทิศตะวันตก
ทุกอย่างเป็นไปตามที่มันเป็น เหมือนเมื่อล้านล้านล้านล้านปีก่อน
สิ่งที่เปลี่ยนไม่ใช่โลก  แต่คือตัวเราเอง

 

ยามมีความสุข     :  ดีใจที่มีเธอในชีวิต
ยามมีความทุกข์  :  เราไม่ควรรู้จักกันเลย

ยามมีความสุข     :  เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน
ยามมีความทุกข์  :  ทำไมคืนนี้มันถึงยาวนานนัก

ยามมีความสุข    :   โลกนี้สวยงาม
ยามมีความทุกข์  :  โลกนี้ช่างมืดมน

 


เห็นไหมคะ  เรื่องเดียวกันนี่แหละ
แต่คิดได้คนละอย่างเลย ถ้าอยู่ในอารมณ์ที่ต่างกันไป
เราเปลี่ยนโลกใบนี้ไม่ได้หรอกค่ะ
สิ่งที่เปลี่ยนได้คือมุมมองของตัวเอง..."

 

 

มาถึงการแสวงหาความรักบ้าง
อย่างที่บอกว่าความรักทั้งหมดนั้นอยู่ในหัวใจเรานี่เอง
ใครโหยหาความรัก น่าจะลองถามตัวเอง
ว่าเราเผื่อแผ่แบ่งปันให้ใครมากพอหรือยัง 
เราจึงหวังให้เขาให้เราบ้าง ?
เราหวังให้ใครมาเติมเต็มเรา  
แต่เราไม่คิดจะเติมตัวเองให้เต็มเอง ?




ความสุขของเราไม่ควรขึ้นอยู่กับคนอื่น
เราต้องสามารถสุขได้เต็มที่ด้วยตัวเอง
ถ้าทำได้แล้ว ความรักของเราจะมีคุณภาพ
เพราะไม่ได้มาจากใจที่ขาด แต่มาจากใจที่สมบูรณ์


 

ขอเพียงมีหัวใจที่เมตตากรุณา
ขอเพียงมีหัวใจที่เผื่อแผ่แบ่งปัน
แล้วจะพบว่า ความรักอยู่กับเราตลอดเวลา..
ในหัวใจของเราเองค่ะ

 

 

 

For  good



(Glinda)

I've heard it said  that people come into our lives for a reason
Bringing something we must learn
And we are led to those who help us most to grow
If we let them and we help them in return
Well, I don't know if I believe that's true
But I know I'm who I am today because I knew you:

Like a comet pulled from orbit as it passes a sun
Like a stream that meets a boulder halfway through the wood
Who can say if I've been changed for the better?
But because I knew you I have been changed for good



(Elphaba)

It well may be that we will never meet again in this lifetime
So let me say before we part
So much of me is made of what I learned from you
You'll be with me like a handprint on my heart
And now whatever way our stories end
I know you have re-written mine by being my friend:

Like a ship blown from its mooring by a wind off the sea
Like a seed dropped by a skybird in a distant wood
Who can say if I've been changed for the better?
But because I knew you



(Glinda)  Because I knew you:

(Glinda & Elphaba) I have been changed for good



(Elphaba)
And just to clear the air I ask forgiveness
for the things I've done you blame me for



(Glinda)
But then, I guess we know there's blame to share



(Glinda & Elphaba)
And none of it seems to matter anymore

Like a comet pulled Like a ship blown
From orbit as it Off it's mooring
Passes a sun, like By a wind off the
A stream that meets Sea, like a seed
A boulder, half-way Dropped by a
Through the wood Bird in the wood

Who can say if I've been changed for the better?
I do believe I have been changed for the better?



(Glinda)  And because I knew you

(Elphaba)  Because I knew you


(Glinda & Elphaba)

Because I knew you
I have been changed for good.


 

 

สู่สิ่งดี

(กลินดา)
             ฉันเคยยินคำขานมานานว่า    ผู้คนผ่านเข้ามา..ในชีพนี้ 
เพื่อเหตุผล..หนึ่งเหตุผล..ดลชิวี..        นำสิ่งที่…ต้องเรียนรู้…สู่เรานั้น
และเราล้วน..ถูกนำไป..สู่บุคคล           ผู้ดาลดลเกื้อหนุนค้ำจุนสรรค์
ช่วยให้เราเติบโตแกร่งแห่งชีวัน          หากเรานั้นยอมให้เขาได้เข้ามา
และเราจักช่วยเหลือเจือจุนเขา           ให้เติบโตเช่นเรา..สมคุณค่า
ซึ่งฉันนั้นมิทราบได้ในสัจจา               สิ่งที่เชื่อนั้นหนา..จริงหรือไร..

แต่ก็รู้..ฉันเป็นฉันในวันนี้                    เพราะการที่รู้จักเธอ…นั่นแหละใช่
ดังดาวหางโคจรเบี่ยงทางไป              ยามที่ได้เคลื่อนผ่านดวงรวี
ดังสายน้ำเปลี่ยนทาง…ในกลางป่า        ยามกระทบหินผา…ตามวิถี
ใครกันเล่า..สามารถเอ่ยเผยวจี           ว่าฉันดี..ขึ้นนั้น..นั่นหรือไร
แต่เพราะว่าได้รู้จักสมัครสมาน           ได้พบพานเธอดลส่งผลให้-
เปลี่ยนแปลงสู่สิ่งดี..ที่เป็นไป              เพราะว่าได้..เธอเป็นมิตร..ชิดสัมพันธ์




(เอลฟาบา)
              
เราอาจไม่ได้พบกันชั่วชีวา     ก่อนจากลา..จึงขอเอ่ย..เผยใจฉัน…
ว่าส่วนใหญ่ของชีวี ..ชีพนี้นั้น             ได้สร้างสรรค์..เพราะเรียนรู้จากเธอ  
ดั่งรอยหัตถ์ประทับลงตรงดวงใจ         ตลอดไป..เธออยู่กับฉันเสมอ
และบัดนี้…เรื่องราวของเพื่อนเกลอ      ฉันและเธอดำเนินไปเช่นใดกัน…
ฉันก็รู้อยู่แน่แก่ใจสนิท                        เธอลิขิต..เขียนชีวิตฉันใหม่นั่น
ด้วยการเป็นมิ่งมิตรชิดชีวัน                เป็นเพื่อนฉัน…มอบไมตรีที่ตรึงตรา 

ดังเรือสมุทรฉุดพัดด้วยลมทะเล         ลอยลำเหในสายชลโพ้นวหา
ดังเมล็ดพันธุ์..อันร่วงลงตรงพนา        นกนำพา…ปล่อยลงกลางพงพี
ใครบอกได้ว่าฉันดีขึ้นหรือไม่ ?          แต่เพราะได้รู้จักกับเธอนี้...



(กลินดา)
เพราะรู้จักกับเธอเสนอไมตรี 

(กลินดาและเอลฟาบา)
ฉันจึงเปลี่ยนสู่ทางดี…ในชีวัน
  

(เอลฟาบา)
เพื่อให้ทุกทุกอย่างกระจ่างใจ            จึงกล่าวขออภัยต่อเธอนั้น
สิ่งที่พลาดผิดยิ่งทุกสิ่งอัน                  ซึ่งตัวฉัน…ก่อกรรม…ทำไม่ดี


(กลินดา)
ฉันคิดว่าเราต่างผิดด้วยกัน   


(กลินดาและเอลฟาบา)
ช่างเถอะ..ไม่สำคัญแล้วยามนี้
 

ดังดาวหางโคจรผ่านดวงรวี             เบี่ยงวิถีของตนไปในยามนั้น
ดังสายน้ำเปลี่ยนทางกลางพนา       ยามกระทบหินผา…โขดเขินคั่น
ดังเรือสมุทรถูกลมพัดพาพลัน         ลอยลำนั้นในชลสายท่ามสายชล
ดังเมล็ดพันธุ์ที่หย่อนลงตรงผืนป่า   นกนำพา…ปล่อยไว้กลางไพรสนฑ์
ใครกันจักกล่าวได้…ฉันเปลี่ยนตน    สู่ทางที่ดีดล…สุขชีวา
แต่ฉันเชื่อว่าฉันนั้นเปลี่ยนไป          ย่อมจักดีขึ้นได้…ดังปรารถนา…

(กลินดา)
และเพราะฉันรู้จักเธอ…เอลฟาบา 
 
(เอลฟาบา)
เพราะรู้จักเธอ..กลินดา…เช่นเดียวกัน…

(กลินดาและเอลฟาบา)
เพราะได้เธอนั้นมาเป็นมิตร          
แหละชีวิตฉันจึงเปลี่ยนสู่สิ่งดี…เพื่อนที่รัก

 

 

 

     Share

<< สอนตัวเองคิดถึงย่า (๘) >>

Posted on Wed 14 Feb 2007 1:56

 

 
  
 






ฝากไว้เตือนใจตน (๒)
ฝากไว้เตือนใจตน (๑)
ทานตะวัน
Can you feel the love tonight.
Forget me not.
Colors of The wind.
เสียงคลื่นเห่คือเสียงปลอบ...มอบแด่เธอ
Lost in space.
คิดถึงย่า (๙)
ต้นไม้ในบ้านหลังเก่า
ของสวรรค์เสวยรมย์ (ภาค ๒)
ของสวรรค์เสวยรมย์
เรื่องเล่าเมื่อเรายังเด็ก (๑.๑.๑)
เรื่องเล่าเมื่อเรายังเด็ก (๑.๑)
= = = ปัดฝุ่นไดอารี่ = = =
= = = การเดินทางของปากกาด้ามหนึ่ง = = =
Have I told you lately.
เอมกลับมาแล้ว ^.^v
คิดถึงย่า (๘)
เขียนถึงความรัก
สอนตัวเอง
"Wishing Well Project"
เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง
คิดถึงย่า ( ๗ )
คิดถึงย่า ( ๖ )
แถลงกวน
คนเลี้ยงช้าง : ช้าง (ก็) เลี้ยงคน
ดอกไม้น้อย
คิดถึงย่า ( ๕ )
Blog Tag = บ๊อกแถก ?
คิดถึงย่า ( ๔ )
คิดถึงย่า ( ๓ )
คิดถึงย่า ( ๒ )
คิดถึงย่า ( ๑ )
รายการกลับเนื้อกลับตัว ปี ๒๕๕๐
๓๑ ธันวาคม
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๔)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๓)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๒)



Comments

อะไรเอ่ย~ เริ่มมีฝุ่นบางๆเกาะ

.
.
เฉลย
ไดอารี่ของคุณพี่เอมนี่เอง ^_^ อิอิ
submarine   
Tue 20 Feb 2007 23:56 [3]

ชอบกลอนและความหมายทุกๆอันเลย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ แวะเข้ามาทักทาย นกค่ะ
nokjang   
Fri 16 Feb 2007 20:34 [2]

ผมไม่ได้ยินเสียงเพลงครับ

เขียนดีจังครับ ผมทำไม่ได้แน่เลย
หนาม   
Thu 15 Feb 2007 7:30 [1]




Post Comment






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn