"Wishing Well Project"

 

 

สวัสดีค่ะ


 

วันนี้เอมมีข่าวประชาสัมพันธ์ค่ะ 
ทราบเรื่องนี้ครั้งแรกจากไดอารี่คุณมุกดา
ซึ่งคุณมุกดาได้ทราบมาจากคุณ Ginew อีกต่อหนึ่ง
ขออนุโมทนากับทั้งสองสาวสุดสวยด้วยค่ะ /|\
เมื่อทราบเรื่องราว  เอมก็ติดต่อไปยังหมายเลขโทรศัพท์
แล้วค้นข้อมูลจากเวบ และเขียนเพิ่มจากที่ได้พูดคุย
นำมาเรียบเรียงลงไดฯหน้านี้ เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ทราบกันค่ะ

 

 

 

 Wishing Well Project

 


“Wishing Well Project” เติมฝันสุดท้ายให้หนูหน่อย

 


หากจะขออะไรก็ได้ที่ใจปรารถนา ๑ สิ่ง
ก่อนจะลาจากโลกนี้ไป คุณจะขออะไร?



น้องส้ม...แค่อยากไปทะเล
น้องปอม...อยากไปดูหมีแพนด้าที่เชียงใหม่
น้องไข่นุ้ย...อยากพบ “หม่ำ” ดาราตลกชื่อดัง
หรือแม้แต่บางคนแค่อยากไปโรงเรียนเหมือนเด็กทั่วไป

 



โครงการ "Wishing Well" หรือสายธารแห่งความหวัง
เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาการรักษาเด็กป่วยระยะสุดท้าย
ของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
โดยมูลนิธิสายธารแห่งความหวัง (The Wishing Well Foundation)
และเครือข่ายผู้ใหญ่ใจดี เป็นองค์การที่ให้การสนับสนุน
โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งที่รักษาไม่หายแล้ว
และเลือกที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในเวลาที่เหลืออยู่
อย่างเด็กปกติ แทนที่จะต้องอดทนต่อการรักษา
พร้อมทั้งทำความฝันครั้งสำคัญในชีวิตให้เป็นความจริง
ซึ่งจะเป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิต สร้างกำลังใจแก่เด็กและครอบครัว
ให้ฝ่าฟันมรสุมชีวิตไปได้ด้วยดี

 



มะเร็งในเด็กเป็นโรคที่เกิดขึ้นเอง ไม่สามารถป้องกันได้
สาเหตุของโรคไม่ได้เกิดจากสารพิษ กินอาหารไม่ถูก เลี้ยงดูไม่ดี
และมะเร็งไม่ได้เป็นโรคพันธุกรรม
ถึงแม้ว่าจะป้องกันไม่ได้ แต่มีโอกาสรักษาได้หายขาด
หากได้รับการรักษาเต็มที่ ซึ่งเด็กจะต้องอดทน
เข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาล ทำการรักษาด้วยการฉีดยา เจาะไขกระดูก
เจาะน้ำไขสันหลัง ฉายรังสี ผ่าตัด ต้องทานแต่อาหารสะอาด
งดการไปเที่ยวในที่ชุมชน เพื่อแลกกับโอกาสที่อาจทำให้โรคหายขาด

 



แต่โรคมะเร็งบางชนิดก็รักษายากมาก
แม้จะได้รับการรักษาอย่างเต็มที่ตั้งแต่ต้นแล้ว  ก็เกิดกลับขึ้นมาใหม่ได้
ถึงแม้จะรักษาต่อไป ก็ไม่อาจหวังว่าจะหายขาดได้
เด็กและครอบครัวที่ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้
จำเป็นต้องตัดสินใจเลือกว่าจะทำการรักษาอีกครั้งหรือไม่
เพื่อหวังโอกาสอันริบหรี่  ซึ่งต้องอดทน
และยอมรับว่ามีความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงของการทำการรักษา
พ่อแม่หรือเด็กบางคนเลือกรับการรักษาต่อเนื่องต่อไป
เพราะเด็กจะรู้สึกภูมิใจที่ต่อสู้จนถึงที่สุด




แต่เด็กส่วนใหญ่จะไม่ใช่อย่างนั้น ส่วนมากคือ
“หนูได้รับยามามากแล้ว ไม่ไหวแล้ว
ถ้าต้องให้ยาอีก เลือกที่จะไปโรงเรียนไปเที่ยวดีกว่า”
นั่นคือการเลือกที่จะอยู่กับโรคมะเร็งอย่างสันติ
และใช้เวลาที่เหลืออยู่อย่างมีคุณภาพ  ภายใต้ความดูแลของแพทย์
และให้เด็กมีโอกาสใช้ชีวิตให้เต็มที่ก่อนที่จะหมดเวลา

 


น.พ. อิศรางค์ นุชประยูร ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ผู้ก่อตั้งโครงการ Wishing well และผู้เชี่ยวชาญโรคเลือดและมะเร็ง
เล่าว่า โครงการนี้เริ่มต้นอย่างไม่เป็นทางการในปี ๒๕๔๖
ที่ผ่านมาได้ช่วยเติมเต็มความฝันของเด็กๆ ไปแล้วกว่า ๒๐ ราย
จุดเริ่มแรกที่จัดตั้งโครงการนี้  เกิดขึ้นระหว่างการดูแลผู้ป่วยเด็กระยะสุดท้าย
ซึ่งพบว่า เด็กแต่ละคนมีความใฝ่ฝัน มีความปรารถนาที่เราสามารถช่วยได้ไม่ยาก

 


ยกตัวอย่างเช่น มีเด็กคนหนึ่งเป็นมะเร็งชนิดที่รักษายาก
เขาอยากไปเที่ยวเชียงใหม่เพื่อไปดูหมีแพนด้ามาก
เราเห็นว่าน่าจะเป็นไปได้ จากนั้นจึงลองติดต่อคนรู้จัก
เผื่อมีคนใจดีที่สามารถจะช่วยเขาได้ อย่างเช่นให้ขึ้นเครื่องบินฟรี
แล้วก็มีจริงๆ มีคนยินดีสนับสนุน
เราจึงสามารถเติมฝันให้เด็กคนนี้เป็นรายแรก


 

“กว่าจะติดต่อได้ทั้งเครื่องบินที่พักต้องใช้เวลานานมาก 
แต่ในที่สุดเขาก็ได้ไปเชียงใหม่  ซึ่งช่วงนั้นน้องเขาป่วยหนักขึ้น
ทั้งแม่ ครอบครัวและคุณหมอ ต้องไปด้วยกัน
แต่พอน้องเขารู้ว่าจะได้ไปเชียงใหม่ เขาสามารถเดินได้เอง
จากที่ต้องนอนอยู่บนเตียงหลายอาทิตย์ เขาพยายามไปอย่างเด็กปกติ
ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าการไปเที่ยวครั้งนั้น มีผลดีต่อจิตใจของเด็กมาก
พอกลับมาบ้านและอยู่อย่างมีความสุข  จนเมื่อถึงเวลาก็จากไปอย่างสงบ”
 




เด็กบางคนก็อยากไปเที่ยวที่บางแห่งที่เขาไม่เคยไป
บางคนก็อยากไปเที่ยวที่ที่เขาฝังใจ
เช่น เคยไปทะเลกับครอบครัว สนุกสนานมาก แต่พอป่วยก็ไม่ได้ไปอีก
การไปเที่ยวนั้นไม่ใช่เด็กอยากไปสนุกๆ เท่านั้น
แต่มีคุณค่าในแง่จิตวิญญาณสำหรับเขาซ่อนอยู่ด้วย

 


นิลอุบล จันทร์โหนง หรือ พี่นิล ผู้ประสานงานโครงการ
เล่าว่า ปีหนึ่ง ๆ เด็กในโครงการจะเสียชีวิตประมาณ ๑๐ คน
แล้วก็จะมีเด็กหมุนเวียนเปลี่ยนเข้ามาอีก
สำหรับความฝันของเด็ก ๆ นั้น เป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราสามารถทำได้
ซึ่งทางโครงการจะใช้วิธีให้เด็กเขียนบรรยายความฝันของตัวเองลงกระดาษ
ยกตัวอย่างเช่น บางคนอยากเพนท์เล็บ ว่ายน้ำ พบดารานักแสดง ไปทะเล
หรือบางคนอยากเป็นนักโปรแกรมเมอร์ เราก็ลองให้เขาทำเว็บไซต์
ขณะที่บางคนอยากมีแชตรูม เพื่อใช้เป็นช่องทางสำหรับเด็กที่ป่วยด้วยกัน
ใช้คุยกันเพื่อเป็นเพื่อนยามเหงา
คอยแบ่งปันความรู้สึกที่คล้ายคลึง เข้าไปคุยแลกเปลี่ยนกัน

 


นอกจากนี้ ก็มีเด็กๆ ที่อยากออกกอัลบั้ม
ทางโครงการฯ ก็พยายามทำให้ความฝันของเขาเป็นจริง
โดยขอความอนุเคราะห์สื่อให้เขาออกทีวี
แต่ก็ไม่ใช่ทุกเคสที่ทำสำเร็จ บางรายเสียชีวิตก่อนก็มี

 


“ฝันของแต่ละคนไม่เหมือนกัน  แต่ไม่แตกต่างกันมาก
ความฝันของเด็กๆ น่ารักมาก  อย่างมีน้องคนหนึ่งอยากกินสุกี้
เราก็เข็นถังออกซิเจนไป เพื่อจะไปกินสุกี้กัน
เขาก็บอกว่าขอไม่ใช้ถังเพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่าเขาป่วย
สิ่งที่เราเรียนรู้จากเด็ก คือ เด็กมีความอดทนมาก เข้มแข็ง
มีความหวังและจะยิ้มอยู่เสมอ แล้วเขาไม่กลัว
แต่คนที่กลัวคือคนรอบด้านหมดเลย
บางครั้งเด็กยังปลอบพ่อแม่ด้วยซ้ำ
ทั้งๆ ที่ครอบครัวควรให้กำลังใจเขา แต่เป็นมุมที่กลับกัน
เด็กไม่มีความซับซ้อนด้านอารมณ์
เด็กแค่กินอิ่ม นอนหลับ เล่นสนุก เขาก็มีความสุขแล้ว”


 

“ส่วนใหญ่จะเชียร์ให้ผู้ปกครองฟังว่าเด็กต้องการอะไร
มีโอกาสใช้ชีวิตอย่างที่เขาอยากจะใช้ในช่วงที่ยังมีเวลา
เชื่อว่าผู้ปกครองรู้จักเด็กดีที่สุด
บางคนเห็นไม่ตรงกับเด็ก อยากอยู่กับลูกให้นานที่สุด
ขณะที่เด็กบอกว่าไม่เอาแล้ว”

 


น.พ.อิศรางค์ เน้นย้ำว่าปรัชญาทางการแพทย์ในช่วงนี้
คือ การเน้นคุณภาพชีวิตที่ดีของเด็ก
เราจะพยายามให้เด็กได้ใช้ชีวิตตามที่เขาต้องการ
โดยการอยู่โรงพยาบาลให้น้อยที่สุด
กลับไปอยู่บ้านเล่นกับญาติพี่น้อง เยี่ยมญาติ ไปโรงเรียน
ไปเที่ยวในที่ที่อยากไป ทำบุญ เป็นต้น
หากครอบครัวอยากได้รับการรักษาในการแพทย์ทางเลือกอื่น ๆ ก็ให้การสนับสนุน
และให้คำปรึกษาและเตรียมความพร้อมเมื่อใกล้เวลา เพื่อรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น
และเมื่อถึงเวลาก็ไม่จำเป็นต้องกู้ชีวิตยื้อชีวิตต่อไป
แต่ปล่อยให้เด็กจากไปอย่างสงบ  ท่ามกลางญาติพี่น้องที่เขารัก
ไม่ว่าจะเป็นที่บ้านหรือโรงพยาบาล

 

 

มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง โทร. ๐๒-๖๗๗-๔๑๑๗
บริจาคเงินได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาสภากาชาดไทย บัญชีออมทรัพย์
ชื่อบัญชี "มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง" เลขที่บัญชี ๐๔๕-๒-๙๕๙๙๙-๔


 

 Wishing Well Project


 


จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ ทำให้ทราบว่า
วันเสาร์ที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐ เวลา ๑๐-๑๒ น.
จะมีการนัดพบปะอาสาสมัคร และเชิญพ่อแม่ของเด็กที่เสียชีวิตมาพูดคุยให้ฟัง
จัดงานที่ อาคาร YWCA Bangkok ชั้น ๒ ห้องหรรษา
อาคารนี้อยู่แถวแยกถนนวิทยุ ใกล้กับอาคารกรุงเทพประกันภัยค่ะ





สำหรับคนที่อยู่ต่างจังหวัด
ก็สามารถเป็นอาสาสมัครในจังหวัดนั้น ๆ ได้
เจ้าหน้าที่บอกว่าต้องการอาสาสมัครมากกว่าเงินซะอีก
และทุกครั้งที่มีคนที่สนใจโทรเข้าไป เขาจะดีใจมากค่ะ



ในเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งหลายคนเรียกว่าเดือนแห่งความรัก
เรามาแบ่งปันความรักให้กับเด็กๆ กันดีไหม
แล้วเอมจะมาเล่าเรื่องราวให้ฟังกันต่อไปในไดอารี่นี้นะคะ ^^

 

 


ติดต่อเอมได้ที่ e-mail+msn :
aims2000 @ hotmail.com 

 

     Share

<< เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียงสอนตัวเอง >>

Posted on Fri 2 Feb 2007 12:55

 

 
  
 






ทานตะวัน
Can you feel the love tonight.
Forget me not.
Colors of The wind.
เสียงคลื่นเห่คือเสียงปลอบ...มอบแด่เธอ
Lost in space.
คิดถึงย่า (๙)
ต้นไม้ในบ้านหลังเก่า
ของสวรรค์เสวยรมย์ (ภาค ๒)
ของสวรรค์เสวยรมย์
เรื่องเล่าเมื่อเรายังเด็ก (๑.๑.๑)
เรื่องเล่าเมื่อเรายังเด็ก (๑.๑)
= = = ปัดฝุ่นไดอารี่ = = =
= = = การเดินทางของปากกาด้ามหนึ่ง = = =
Have I told you lately.
เอมกลับมาแล้ว ^.^v
คิดถึงย่า (๘)
เขียนถึงความรัก
สอนตัวเอง
"Wishing Well Project"
เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง
คิดถึงย่า ( ๗ )
คิดถึงย่า ( ๖ )
แถลงกวน
คนเลี้ยงช้าง : ช้าง (ก็) เลี้ยงคน
ดอกไม้น้อย
คิดถึงย่า ( ๕ )
Blog Tag = บ๊อกแถก ?
คิดถึงย่า ( ๔ )
คิดถึงย่า ( ๓ )
คิดถึงย่า ( ๒ )
คิดถึงย่า ( ๑ )
รายการกลับเนื้อกลับตัว ปี ๒๕๕๐
๓๑ ธันวาคม
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๔)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๓)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๒)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๑)
วจีกรรมในโลกไซเบอร์



Comments

มาแปะไว้ก่อนนะค่ะ
สารภาพว่ายังไม่ได้อ่านเลยจ๊ะ จะมาอ่านพรุ่งนี้ มาแปะว่ายังติดตามอยู่ เพียงแต่ช่วงที่หายไป มีภาระกิจนิดหน่อย อิอิ

พรุ่งนี้มาอ่านค่ะ...
SinGiRL   
Mon 5 Feb 2007 17:35 [2]

เป็นโครงการที่ดีจริงๆ เสียดายที่เสาร์ที่ 10 ก.พ. ต้องไปต่างจังหวัด เอาไว้ช่วยทางอื่นแทนล่ะกันนะจ๊ะ
   
Fri 2 Feb 2007 15:47 [1]




Post Comment






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn