คนเลี้ยงช้าง : ช้าง (ก็) เลี้ยงคน

 

 

 

สวัสดีค่ะ

 

เอมไม่ได้เขียนไดอารี่หลายวันเพราะไม่ว่างค่ะ
จะเว้นว่างห่างไปก็คิดถึง   แต่ก็ไม่มีเวลาเขียนเรื่อง "คิดถึงย่า"
เพราะงานมันท่วมคอหอย ทำไงดี  ~><~
เลยปัดฝุ่นเรื่องที่เขียนลงบล๊อกเอาไว้มาให้อ่านกัน
แก้ไขสำนวนภาษาให้ดูกันเอ๊ง กันเองนิดนึง

 


โพสลงบล๊อกเมื่อ   ๒ กันยายน ๒๕๔๘ ๒๑.๒๐ น.
แก้ไขลงไดอารี่เมื่อ ๒ มกราคม ๒๕๕๐  ๑๑.๔๕ น.

 

 

คนเลี้ยงช้าง : ช้าง (ก็) เลี้ยงคน

 

 

เมื่อสัก ๑๐  นาทีก่อนที่จะเริ่มต้นพิมพ์บล๊อกนี่..
เอมเพิ่งเดินเข้าซอยอันเป็นที่ตั้งของสถานที่ซุกหัวนอน
ก่อนจะถึงปลายทาง ก็เห็นเจ้าช้างน้อยตัวหนึ่งนอนอยู่บนถนน
มันกำลังทำตามคำสั่งของควาญ
คนกลุ่มหนึ่งกำลังมองและหัวเราะชอบใจอยู่




ด้วยความเอ็นดูช้าง  จึงเดินเข้าไปถามเจ้าหนูอายุราว ๆ ๑๐ ขวบ
ซึ่งเดาว่าเป็นลูกควาญช้างว่า "เลี้ยงช้างนี่กี่บาท"
เด็กน้อยคนนี้ยืนถือถุงแตงกวาอยู่ ตอบว่า  "๒๐ บาท"
ควักเงินให้ไป แล้วรับถุงแตงกวามา
ข้างในถุง มีแตงกวาบรรจุอยู่ในถุงประมาณ ๑๐ ผลเล็กๆ
เป็นแบบที่เรียกว่าชั้นเลว คือผลข้างหนึ่งโต ข้างหนึ่งลีบเล็ก ความยาวไม่ถึง ๓ นิ้ว
แบบนี้ต้องคัดทิ้งสถานเดียว ขายให้คนกินไม่ได้แน่ๆ


 

เจ้าหนูบอกให้เอาแตงกวาให้ช้างน้อยซึ่งยืนงวงมารับ
มองแล้วสยองเล็กน้อย เพราะมีน้ำเยิ้มๆ คล้ายๆ น้ำมูกอยู่ด้วย
ไม่แน่ใจว่าปกติตรงงวงช้างมีน้ำแบบนี้อยู่แล้ว
หรือช้างน้อยเป็นหวัดเพราะตากแดดตากฝน


 

เอมไม่ค่อยมีโอกาสใกล้ชิดช้างแบบนี้ จึงกลัวๆ แหยงๆ
ช้างน้อยยื่นงวงมารับแตงกวาได้ ๓ ผล
เอมซึ่งกลัวงวงช้างก็ส่งถุงแตงกวาให้เจ้าหนู
บอกว่าให้เอาให้ช้างแทนคนขี้ขลาดคนนี้ที

ฝ่ายควาญช้างอารมณ์ดี  สั่งเจ้าช้างน้อยให้หอมแก้มเอม
กรี๊ดดดดดดดด....เสียงร้องอันน่าตกใจของคนขี้ขลาดดังขึ้น
แล้วก็กระโดดหลบจูจุ๊บจากช้างน้อย  วิ่งหนีไปหอบแฮ่กๆ อยู่ไกลๆ
(ถ้ามีหางคงเรียกว่า "วิ่งหนีหางจุกตูด" ได้)
คิดว่าด้วยเสียงและสภาพในตอนนั้น...
ช้างคงกลัวเอมมากกว่าเอมกลัวช้างแน่ๆ


 


สักพักนึงก็ทำใจกล้าเดินกลับมาที่เดิม
เพราะยังสนใจใคร่รู้เรื่อง "ช้างเลี้ยงคน"
สัมภาษณ์เจ้าหนูว่ามาจากไหน "สุรินทร์ครับ"
ช้างกี่ขวบแล้วละเจ้าหนู "๓ ขวบแล้วครับ"
แล้วพี่ขอจับช้างได้ไหม "ได้ครับ แต่พี่ไม่กลัวแล้วเหรอ"

เออ..นั่นดิ กลัวไหม.. แหะๆ
แล้วเอมก็เอื้อมมือไปจับหัวและตัวช้างน้อยเบาๆ
ช้างน้อยชูงวงขึ้น เผยให้เห็นงาคู่เล็กๆ.. ..อะฮ้า ช้างตัวผู้นี่หว่า..
คิดในใจว่า...มิน่าเมื่อกี้ควาญถึงบอกให้ช้างหนุ่ม(น้อย)หอมแก้มเรา

 

 

คิดต่อมาอีก...
ว่ากรณีช้างเลี้ยงคน  ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติสำหรับชีวิตควาญและช้าง
ไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหากันยังไง...ช้างอยู่ไม่ได้ ควาญก็อยู่ไม่ได้
เอมว่าช้างรักควาญ ควาญก็รักช้าง และต่างฝ่ายต่างรักชีวิต

 


เคยมีคนบอกว่าการซื้ออาหารให้ช้างกิน
เป็นการส่งเสริมให้คนเอาช้างมาเดินเร่ร่อนหากิน
กลายเป็นปัญหาช้างถูกปฏิบัติแบบไม่เหมาะสม
ต้องเดินกลางถนนทั้งที่แดดร้อน ถนนร้อน ขาดน้ำ ขาดที่อยู่



แต่ก็มีบางคนอีกนั่นแหละ
บอกว่าเราทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าให้ดีก็ละกัน
ไม่มีใครเปลี่ยนแปลงอะไรได้หมด
การซื้ออาหารให้ช้างกินเป็นการช่วยควาญและช่วยช้าง
ให้ทั้งสองฝ่าย"พอจะอยู่ได้" ในโลกทุนนิยม
ที่ไม่ค่อยมีที่ว่างให้คนด้อยโอกาส...


 

สรุปว่าที่ให้อาหารช้างไป  ก็ไม่รู้ว่าตัวเองทำดีจริงๆไหม
แต่ที่รู้คือ ช้างน่ารักมากๆ มากเหลือเกิน
และเอมอยากให้มันอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ดี
ไม่ต้องมาทนร้อนในกรุงเทพฯ

 

 

..ไม่รู้ว่าจะมีวันนั้นไหมนะ..

 

     Share

<< ดอกไม้น้อยแถลงกวน >>

Posted on Tue 16 Jan 2007 10:06

 

 
  
 






Lost in space.
คิดถึงย่า (๙)
ต้นไม้ในบ้านหลังเก่า
ของสวรรค์เสวยรมย์ (ภาค ๒)
ของสวรรค์เสวยรมย์
เรื่องเล่าเมื่อเรายังเด็ก (๑.๑.๑)
เรื่องเล่าเมื่อเรายังเด็ก (๑.๑)
= = = ปัดฝุ่นไดอารี่ = = =
= = = การเดินทางของปากกาด้ามหนึ่ง = = =
Have I told you lately.
เอมกลับมาแล้ว ^.^v
คิดถึงย่า (๘)
เขียนถึงความรัก
สอนตัวเอง
"Wishing Well Project"
เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง
คิดถึงย่า ( ๗ )
คิดถึงย่า ( ๖ )
แถลงกวน
คนเลี้ยงช้าง : ช้าง (ก็) เลี้ยงคน
ดอกไม้น้อย
คิดถึงย่า ( ๕ )
Blog Tag = บ๊อกแถก ?
คิดถึงย่า ( ๔ )
คิดถึงย่า ( ๓ )
คิดถึงย่า ( ๒ )
คิดถึงย่า ( ๑ )
รายการกลับเนื้อกลับตัว ปี ๒๕๕๐
๓๑ ธันวาคม
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๔)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๓)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๒)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๑)
วจีกรรมในโลกไซเบอร์
รักนี้ที่ยิ่งใหญ่
อ่านไว้เตือนใจตน
รับให้เป็น
เขียนกลอนแล้วจ้า
ชั่วนิรันดร์บางทีก็แสนสั้น



Comments

เห็นช้างมาเดินในกทม.แล้วเดินบนพื้นร้อน ๆ ช้างมันก็คงร้อนมากกว่าอยู่ตจว. แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นความสงสารก็ไม่มีอะไรผิดและถูก แต่ก็อยากให้ช้างอยู่ในป่าค่ะ
bangpun   
Mon 22 Jan 2007 17:49 [3]

สงสารช้างที่ต้องมาเดินบนถนนคอนกรีตร้อน ๆ ไม่มีป่า ไม่มีน้ำ มีแต่ควันพิษจากรถบนถนน...ถือว่าเป็นปัญหาที่แก้กันไม่ตกสักที...
{mama@mamatonkoon@   
Wed 17 Jan 2007 17:05 [2]

อันนี้พูดยากอ่ะนะ คือไงดีอ่ะ ตอนนี้คิดว่าทำเพราะอยากทำมากกว่าไม่อยากคิดอะไรให้มันลึก ๆ มากไปกว่านี้ ว่าทำไม อย่างงั้นอย่างงี้

เคยดูสารคดี ส่วนมากช้างพวกนี้อ่ะเค้าเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก อยู่ในเมืองแต่เด็ก ฉะนั้นก็จะปล่อยป่าไม่ได้ หากินเองไม่ได้ (เราก็ไม่เข้าในสัญชาตญาณเค้าไม่มีอีกแล้วหรือ??)

เห็นช้างที่ยังเด็กแล้วอดสงสารเค้าไม่ได้ แต่มันเลือกเกิดไม่ได้ทั้งคนและสัตว์ คนเลี้ยงช้างเค้าก็คงรักของเค้า ไม่ต่างจากเราเลี้ยงสัตว์อื่น ๆ หรอกนะเราว่า พอคิดแล้วยิ่งสลด ยิ่งมีคำถามในใจเลยคิดซะว่า "ช่างมันเถอะ" ก็จะดีที่สุดนะ เฮ้อ

เรากลัยมาไดคลับแล้วจ๊ะ
ButterScotch+Singirl   
Tue 16 Jan 2007 11:19 [1]




Post Comment






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn