คิดถึงย่า ( ๓ )

 

 

สวัสดีค่ะ

 

 

ด้วยแรงใจจากผู้อ่าน  ทำให้เอมคึกเขียนเรื่องย่าต่อ...
" คิดถึงย่า " ตอนที่ ๓ ว่าด้วยเรื่องพืชผักและสวนครัว
" คิดถึงย่า " ตอนที่ ๑
http://aims.diaryclub.com/?date=20070103 
" คิดถึงย่า " ตอนที่ ๒
http://aims.diaryclub.com/?date=20070104
แล้วคืนนี้จะตามไปเยี่ยมเพื่อนๆ ชาวไดให้ครบทุกคอมเม้นท์นะคะ ^^


 

 

วันนี้เริ่มด้วยเรื่องอาหารการกิน...
คุณปู่คุณย่าคุณตาคุณยายบ้านไหน กินอะไรกันแปลกๆ
แบบที่ลูกหลานงงว่ากินได้ไงอะ บ้างไหมคะ
เอมเคยเห็นย่ากินข้าวกับสับปะรด มะละกอสุก ฯลฯ
แล้วลองกินบ้าง ว้า...ไม่อร่อยเลยอะ
ทำไมคนแก่กินได้แต่คนเด็กกินไม่ได้นะ
อีกอย่างหนึ่งที่คิดว่าแปลกคือ " มะระขี้นก "
ไม่รู้ใครเคยเห็นต้นมันบ้างไหม เป็นเถาเล็กๆ เลื้อยไปตามดิน
บางทีก็ไต่ไปตามต้นไม้หรืออะไรก็ตามที่อยู่ใกล้
คล้าย ๆ เถาตำลึง  แต่บอบบางกว่า และเขียวคนละโทนกัน

 




ย่ากินมะระขี้นกสด ๆ จิ้มน้ำพริกกะปิ 
โอ้ มันไม่ขมหรือไงจ๊ะย่าจ๋า  ตอนนั้นคงคิดประมาณนี้
แต่พอโตขึ้นมา ตัวเองก็กินคล้าย ๆ กับที่ย่ากิน
แตกต่างกันนิด ๆ คือต้องเอามะระขี้นกไปต้มก่อน
ให้ทุเลาความขม  ก็อร่อยดีนะ  กินเพื่อสุขภาพด้วยค่ะ
คนอื่นก็พูดกะเอมเหมือนที่เอมเคยคิดกับย่า
คือกินเข้าไปได้ไง ไม่ขมเหรอ ทั้งมะระ มะเขือ ( อันนี้กินดิบ ๆ )



 

พูดถึงมะระ  ก็เกิดความทรงจำสว่างแว๊บขึ้นมาอีก
เกี่ยวกับเรื่องการเกษตรไร่นาสวนผสม
เนื่องจากย่าเป็นคนแก่ไม่เคยจะอยู่นิ่งๆ
ดังนั้นรูปร่างจึงดี ที่ว่าดีคือผอม ไม่ค่อยจะมีไขมัน
ดูคล่องแคล่วเมื่อเทียบกับคนในวัยเดียวกัน
เขียนมาถึงตอนนี้กำลังสงสัยอยู่
ว่าเอมติดเชื้อไฮเปอร์มาจากย่าหรือเปล่านะเนี่ย  แหะ ๆ

 



ดังที่บอกไปว่าย่าเอมนั้นเป็นผู้อาวุโสที่อยู่เฉย ๆ ไม่ได้
ต้องมีกิจกรรมประจำวันหลาย ๆ อย่าง
รอบบ้านเป็นสวน ย่าเลยมีอะไรให้ทำเยอะ
ว่างๆ ก็จะเห็นย่าเดินดุ่ย ๆ มือถือมีดขอติดมือไปด้วยเสมอ
ไม่ได้เอาไปฟันคอใคร  ไม่อะไรให้ต้องป้องกันตัว
แต่พกพาเพื่อความมั่นใจ หลานคิดว่างี้นะ  

 

 

ย่าปลูกมะระ ถั่วพู พลู หมาก พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า ตะไคร้ ข่า เล่ว
คำว่า " เล่ว " นี้ไม่แน่ใจว่าเขียนถูกไหม
ลองเปิดพจนานุกรมก็หาไม่พบ สงสัยว่า...
๑. เอมหาไม่พบเอง
๒. เป็นภาษาปากที่ไม่มีบันทึกในพจนานุกรมฯ


 


การเกษตรกรรมของย่าเป็นไปเพื่อการยังชีพ
และเพื่อแก้เซ็ง <----อันนี้เอมคิดเอง
พืชที่ปลูกส่วนใหญ่ก็ผักสวนครัวธรรมดา
ย่าปลูกและประคบประหงม ต้นไม้เหล่านี้ด้วยตัวเอง
เคยมีกรณีที่เป็นเวรเป็นกรรมกะหลานอยู่ครั้งหนึ่ง จำได้แม่นเลย
เหตุเกิดเพราะวิธีการปราบปรามศัตรูพืชที่ย่าใช้
ศัตรูพืชที่ว่านี่ไม่ใช่แมลง แต่มันคือ  " หมาสวน "
หมาสวนคืออะไร คำตอบคือ หมาที่เลี้ยงไว้น่ะแหละ
แต่มันชอบวิ่ง  ใช้ชีวิตในสวน และหาอาหารในสวน ฯลฯ
ขอเรียกว่าหมาสวน เป็นที่เข้าใจตรงกัน


 


หมาสวนเหล่านี้ชอบแปลงผักของย่ามาก  
ทำไมน่ะหรือคะ ? 
เหตุผลคือ ปุ๋ยของผักที่ย่าปลูกคือ "ขี้หมู"
" ขี้หมู " เหม็นสำหรับคน 
แต่สำหรับหมู่หมาคงจะหอมหวานชวนหมั่นเขี้ยว
พวกมันจึงขยันขุดดินกันเสียเหลือเกิ๊น
เพื่อเอาขี้หมูขึ้นมากิน ชิชะ ๆ ไอ้หมาขี้หมู

 



จะว่าที่บ้านเลี้ยงหมาให้อดโซ  ท้องแห้งไส้กิ่ว
ถึงขนาดต้องหาขี้หมูกินประทังชีวิต  ก็คงไม่ใช่
เพราะทุกตัวล้วนอ้วนอืด  พุงป่องกันตลอดวัน
เดาว่าการได้คุ้ยเขี่ย หาอะไรกินด้วยตนเองเป็นความสุขใจของหมา
แต่ความสุขใจของหมากลายเป็นความหงุดหงิดใจของย่า
เพราะต้นผักต้นเล็ก ๆ  เพิ่งงอกได้ไม่นาน
หรือบางต้นที่โตแล้วแต่ต้นมันบอบบางเหลือเกินนั้น
มันทนแรงคุ้ยดินของหมาขี้หมูไม่ไหว 
ชิงลาโลกไป  ก่อนที่ย่าจะทันได้มาเห็นและปฐมพยาบาล

 



วิธีการแก้ลำหมาคือ ย่าไปตัดกิ่งระกำมากั้นเป็นแนว
วางทั้ง ๔  ด้านของแปลงผัก หนามโง้งเชียว โอววว
ซึ่งนั่นละคือปัญหา...

 



เรื่องมีอยู่ว่าวันหนึ่งมืดค่ำแล้ว
หลานรัก ( ตอนนั้นเรียนป.๑ ) ไม่รู้เดินในสวนอีท่าไหน
มันมืดก็มองไม่เห็นกิ่งระกำ เลยโดนมันทิ่ม จึ้ก! เข้าให้
โดนหนามระกำ ๒ อัน ตำที่หน้าแข้ง
เดือดร้อนพ่อแม่ต้องพาไปโรงพยาบาล
คุณหมอผ่าออกมาให้ มีหนามห่อใส่กระดาษมาให้ดูเป็นที่ระลึก 2 อัน
ความยาวประมาณ ๑ เซนติเมตร  เฮือก !
ทุกวันนี้ยังเก็บห่อกระดาษไว้  แต่ไว้ตรงไหนไม่รู้ ..ลืม
ไม่รู้ว่าหนามผุพังไปหรือยังเพราะประมาณ ๒๐ ปีแล้วละค่ะ

 



จากเหตุการณ์นี้  ไม่ได้ทำให้ย่าเลิกใช้หนามระกำ
คนที่ต้องเปลี่ยนคือหลาน  ต้องรู้จักเดินดูตาม้าตาเรือซะบ้าง
ไม่ใช่เดินดุ่ย ๆ เข้าไปในสวนตอนค่ำ ๆ อีก...


 

 

....หลบแว๊บไปทำงานก่อน  แล้วจะมาเล่าเรื่องย่ากันต่อไป ^^

 

     Share

<< คิดถึงย่า ( ๒ )คิดถึงย่า ( ๔ ) >>

Posted on Fri 5 Jan 2007 10:10

 

 
  
 






เรื่องเล่าเมื่อเรายังเด็ก (๑.๑.๑)
เรื่องเล่าเมื่อเรายังเด็ก (๑.๑)
= = = ปัดฝุ่นไดอารี่ = = =
= = = การเดินทางของปากกาด้ามหนึ่ง = = =
Have I told you lately.
เอมกลับมาแล้ว ^.^v
คิดถึงย่า (๘)
เขียนถึงความรัก
สอนตัวเอง
"Wishing Well Project"
เรื่อยเรื่อยมาเรียงเรียง
คิดถึงย่า ( ๗ )
คิดถึงย่า ( ๖ )
แถลงกวน
คนเลี้ยงช้าง : ช้าง (ก็) เลี้ยงคน
ดอกไม้น้อย
คิดถึงย่า ( ๕ )
Blog Tag = บ๊อกแถก ?
คิดถึงย่า ( ๔ )
คิดถึงย่า ( ๓ )
คิดถึงย่า ( ๒ )
คิดถึงย่า ( ๑ )
รายการกลับเนื้อกลับตัว ปี ๒๕๕๐
๓๑ ธันวาคม
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๔)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๓)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๒)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๑)
วจีกรรมในโลกไซเบอร์
รักนี้ที่ยิ่งใหญ่
อ่านไว้เตือนใจตน
รับให้เป็น
เขียนกลอนแล้วจ้า
ชั่วนิรันดร์บางทีก็แสนสั้น
ทุกข์เพราะคิดผิด
นิทานเรื่องลาแก่
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๕)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๔)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๓)



Comments

อ้าว เจ้าของได จะรู้มั๊ย ..
เค้าเข้ามาหลายรอบแล้วน้า
^___^
submarine   
Sun 7 Jan 2007 11:04 [3]

ย่าหนูเหมือนพ่อกับแม่ป้าเลย (แต่พ่อ+แม่ป้าเสียไปแล้ว)
พ่อเสียไปเมื่อปีที่แล้ว พ่อไป โดยไม่แจ้งล่วงหน้าเลย วันที่ 24ธค.48 ตอนค่ำโทร.บอกป้าว่า 27 ธค.จะขึ้น กท. เช้า25 ธค.ไปซะแล้ว สิริรวมอายุได้ 101 ปี 10เดือน กับ 1 วัน ส่วนแม่ป้าดีหน่อย แจ้งล่วงหน้าก่อน โดยล้มในห้องน้ำ แล้วถึงไป สิริรวมอายุได้ 98 ปี 3 เดือน
ปล.คนแก่ถ้าได้ออกกำลังกาย และไม่เครียด จิตใจดี อายุยืนมาก เพราะที่เห็น พ่อกับแม่ป้า มีครบทั้ง 3 อย่างที่ว่า อายุยืนจัง และที่สำคัญไม่เจ็บป่วยหรือหลงลืมเลย ขนาด 100กว่าปี สามารถเดินทางได้ 600 กว่าโลสบายๆ
ป้าเอ   
Sat 6 Jan 2007 8:59 [2]
 

เราก้อเคยลองทานข้าวกะแตงโมละก้อมีไอติม
จิงๆมันก้ออร่อยแบบรสชาติที่ไม่คุ้นเคย แปลกๆเหมือนกัน มีประโยชน์ดีนะคะและไม่อ้วนด้วยคะ
สวัสดีปีใหม่นะคะ อาจจะช้าไปหน่อย
เอารูปเค้กมาฝากด้วยคะ ไปดูที่บล็อกแล้วกันนะคะ เอามาไว้ในคอมเม้นท์ม่ายเป็นอ่ะคะ
aquaaew   
Sat 6 Jan 2007 1:24 [1]




Post Comment






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn