ทุกข์เพราะคิดผิด

 

 

สวัสดีค่ะ


 

เอมมาอัพไดฯจนได้ในที่สุด  ช่วงนี้เว้นระยะ  อิอิ
มีชาวไดฯ ๒-๓ คนบอกว่าอยากอ่านกลอนเอมอีก… 
อ่านไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็คงลงกลอนนะคะ  ^^


 

จากคำถามว่าอะไรเป็นแรงจูงใจให้สนใจธรรมะ
ก็ต้องตอบว่าสิ่งแวดล้อมค่ะ
ชีวิตผูกพันกับพุทธศาสนามาตั้งแต่เล็กเพราะเรียนที่วัด
มีย่าที่พาไปวัด นั่งสวดมนต์ให้หลานดูตั้งแต่จำความได้
มีโอกาสปฏิบัติธรรมเป็นระยะๆ
มีคนรอบข้างที่มีคุณภาพพอที่จะสนทนาเรื่องธรรมะกันได้
แต่ที่มาสนใจจริงๆ จังๆ ก็เพราะได้อ่านงานของคุณดังตฤณ
ใครสนใจงานของท่านเข้าชมได้ที่ http://dungtrin.com/ ค่ะ





ช่วงที่ทุกข์กับชีวิตน่ะ  เอมไม่ได้สนใจธรรมหรอกนะคะ
สนใจแต่การระบายทุกข์ให้คนใกล้ชิดฟัง
ตอนนั้นรู้สึกว่าทำแล้วสบายใจขึ้น 
อยากพูดก็พูดออกมา อยากร้องไห้ก็ร้องออกมา
ถ้าความมั่นคงทางอารมณ์หมายถึงจิตใจไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาง่ายๆ
เอมก็จัดเป็นพวกไม่มีความมั่นคงค่ะ
เดี๋ยวมีร้องไห้ เดี๋ยวขำ เดี๋ยวโมโห  หลายอารมณ์เหลือเกิน
พยายามแก้ไขหลายครั้ง ทำได้แค่เบาๆ ลง 
เอาธรรมะเข้าข่ม  ข่มแล้วข่มอีก  ก็ไม่หายขาด
แต่มันก็เบาลงค่ะ  เพราะมีสติมากขึ้น  เอาสติมากำกับใจ

 



ชีวิตตอนนี้ถือว่าเป็นช่วงคลื่นลมสงบ
คือไม่มีทุกข์อะไรใหญ่ๆ เลย  มีเหนื่อยเรื่องงานบ้าง
แต่ก็นั่นละ  เสียเหงื่อเพื่อเงิน   ใครๆ ก็คงยอม  แหะๆ
ที่ใจสงบได้ไม่ค่อยทุกข์  เพราะยอมรับว่าทุกสิ่งต้องเปลี่ยนไป
ทุกอย่างในโลกนี้  ไม่มีอะไรเหมือนเดิมทั้งนั้น


 


ถ้าเรายึดว่ามันต้องสุขแบบนี้ตลอดเวลา 
นั่นละค่ะเหตุแห่งทุกข์ตัวใหญ่เบ้งเลย
เอมเลยคิดใหม่ว่าเวลาไหนสุข  ก็มองมันไปว่ามันสุขแบบนี้
ในขณะเดียวกันไม่ต้องพยายามยึดมันเอาไว้
วันไหนที่ทุกข์ ก็ทำเหมือนเวลาสุขน่ะแหละ
คือมองให้เห็นว่ามันทุกข์แบบนี้
ในขณะเดียวกันไม่ต้องพยายามยึดมันเอาไว้
ถ้าไม่อยากเอาทุกข์  ก็มีแต่ทุกข์
เพราะความทุกข์มันเป็นธรรมดาโลก  ต้องมีกันทุกคน
ที่ทุกข์เพราะไม่อยากมีทุกข์  เลยทุกข์  จริงไหมคะ


 

ตอนนี้คิดได้อย่างที่เขียนนะแหละค่ะ
ชีวิตเลยเหมือนว่าไม่ค่อยทุกข์
สำหรับคนอื่น  สิ่งที่เอมเจออาจจะเรียกว่าทุกข์ก็ได้ 
แต่เอมไม่เต้นไปตามมัน  เลยไม่ทุกข์   เย้เย...



 

ก่อนจากไปทำงาน ขอฝากข้อคิด
ซึ่งตัดตอนมาจากหนังสือ "ทุกข์เพราะคิดผิด"
โดย  พระอาจารย์มิตซูโอะ  คเวสโก
เจ้าอาวาสวัดสุนันทวนาราม อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี

 



"…ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามเหตุปัจจัยที่สมบูรณ์ที่สุดเสมอ
สิ่งที่เราประสบอยู่ในปัจจุบัน  ล้วนแต่มาจากเหตุในอดีต

 

อดีตเป็นเหตุ ปัจจุบันเป็นผล
ปัจจุบันเป็นเหตุ อนาคตเป็นผล
เพราะฉะนั้นปัจจุบันเป็นที่รวมของเหตุและผล

 

คอยเตือนใจเสมอๆ ด้วยพุทธพจน์ว่า



พึงเอาชนะความโกรธ  ด้วยความไม่โกรธ
พึงเอาชนะความร้าย  ด้วยความดี
พึงเอาชนะคนตระหนี่  ด้วยการให้
พึงเอาชนะคนพูดพล่อย  ด้วยคำสัตย์


 

จำไว้ดีๆ นะ…ทุกอย่างที่เราทำ เราพูด เราคิด เกี่ยวกับเขา นินทาเขา……..
ทุกอย่างจะต้องกลับมาหาเราหมด…ไม่ช้าก็เร็ว
เมื่อเราโกรธ เราผิดทันที ขาดศีล….เกิดยินร้าย
ไม่มีหิริโอตตัปปะ คือความละอายแก่ใจและความกลัวบาป
ไม่มีเมตตา…ทำลายทั้งตัวเอง และคนอื่น
ใจมืด ไม่มีปัญญาที่จะแก้ปัญหาได้
ไม่มีความยุติธรรม เข้าข้างตัวเองตลอด ยิ่งคิด ยิ่งยุ่ง
เมื่อหิริโอตตัปปะแก่กล้า ก็จะเกิดเป็นกำลัง
เป็นพละ เป็นกองทัพ คอยรักษาใจ คือสติ ปัญญา หิริ โอตตัปปะ และสมาธิ


 

เมื่อเรารู้ว่า ความโกรธไม่ดี
ใครโกรธเราก็อย่ารับเอา
และอย่าโกรธเองเลยในทุกสถานการณ์
"

 

 

     Share

<< นิทานเรื่องลาแก่ชั่วนิรันดร์บางทีก็แสนสั้น >>

Posted on Mon 11 Dec 2006 18:10

 

 
  
 






ดอกไม้น้อย
คิดถึงย่า ( ๕ )
Blog Tag = บ๊อกแถก ?
คิดถึงย่า ( ๔ )
คิดถึงย่า ( ๓ )
คิดถึงย่า ( ๒ )
คิดถึงย่า ( ๑ )
รายการกลับเนื้อกลับตัว ปี ๒๕๕๐
๓๑ ธันวาคม
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๔)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๓)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๒)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๑)
วจีกรรมในโลกไซเบอร์
รักนี้ที่ยิ่งใหญ่
อ่านไว้เตือนใจตน
รับให้เป็น
เขียนกลอนแล้วจ้า
ชั่วนิรันดร์บางทีก็แสนสั้น
ทุกข์เพราะคิดผิด
นิทานเรื่องลาแก่
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๕)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๔)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๓)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๒)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๑)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๐)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๙)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๘)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๗)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๖)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๕)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๔)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๓)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๒)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑)
Moonlight Sonata (๑)
Violin Concerto K. ๒๑๖
Chercher la source



Comments




Post Comment






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn