นิทานเรื่องลาแก่

 

สวัสดีค่ะ

 

ไม่ได้เขียนสื่อสารกับเพื่อนๆในไดฯคลับนานพอสมควร
ในช่วงที่ลงบทพระนิพนธ์ " ชีวิตนี้น้อยนัก " ให้อ่านจนจบ
ช่วงเวลาที่ผ่านมานี่เหนื่อยและยุ่งเพราะงานเยอะค่ะ
ไม่ใช่ไม่ชอบนะคะ  ชอบมากกกกกกก  งานคือเงิน


 

เพลงประกอบไดฯหน้านี้ ชื่อ   Always with me.
เป็นเพลงจากการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องดัง Spirited away
 




เขียนไดฯมาประมาณ ๙ เดือน  
พบว่าเนื้อหาของการเขียนเปลี่ยนไป
คนที่เข้ามาไดฯนี้ตั้งแต่แรกๆ คงพอจำได้..
ว่าเมื่อก่อนจะแปลเพลงภาษาต่างประเทศเป็นร้อยกรองไทย
แต่ตอนนี้นำเสนอเกี่ยวกับธรรมะแทน
ตามความคิดและความสนใจของเอมที่เปลี่ยนไป..


 

ขอบคุณที่ทุกคนเข้ามาเยี่ยมนะคะ
โดยเฉพาะท่านที่เข้ามาอ่านธรรมะ
เพียงแค่มีคน ๑ คนอ่าน แล้วได้ประโยชน์ 
เอมก็ดีใจมากแล้ว (^.^)
เพราะถ้ามีคนที่มีความสุขเพิ่มขึ้น ๑ คน
โลกใบนี้ก็จะสวยงามขึ้นได้อีก



แล้วคืนนี้จะตามไปเยี่ยมทุกๆคนค่ะ

 


วันนี้ก่อนจะจากไปทำงาน  มีนิทานมาฝาก  ๑ เรื่อง
จากหนังสือชื่อ " มีขันติ  คือให้พรแก่ตัวเอง "
โดย พระอาจารย์มิตซูโอะ  คเวสโก
วัดสุนันทวนาราม  อ.ไทรโยค  จ.กาญจนบุรี

 

 

" ณ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีชาวนาคนหนึ่งเลี้ยงลาไว้ตัวหนึ่งซึ่งแก่มากแล้ว
ด้วยความโง่เขลาของมันดันเดินซุ่มซ่ามไปตกบ่อแห่งหนึ่ง
มันร้องครวญครางอยู่เป็นเวลานาน
ชาวนาเองก็พยายามใคร่ครวญหาวิธีที่จะช่วยมันขึ้นมา
ในที่สุดชาวนาหวนคิดขึ้นมาได้ว่า เจ้าลาก็แก่เกินไปแล้ว
อีกอย่างบ่อนี้ก็ต้องกลบ ไม่คุ้มที่จะช่วยเจ้าลา
ชาวนาจึงไปขอแรงชาวบ้านเพื่อมาช่วยกลบบ่อ

 


ทุกคนใช้พลั่วตักดินสาดลงไปในบ่อ
ครั้งแรกเมื่อดินไปถูกหลังลา
มันตกใจและรู้ชะตากรรมของตนทันที มันร้องโหยหวน
สักพักหนึ่งทุกคนก็แปลกใจที่เจ้าลาเงียบไป
หลังจากชาวนาตักดินใส่ไปในบ่อได้สักสองสามพลั่ว
เมื่อเหลือบมองลงไปในบ่อ ก็พบกับความประหลาดใจ
ที่ว่าทุกครั้งที่ทุกคนสาดดินไปถูกหลังลา
มันจะสะบัดดินออกจากหลัง แล้วก้าวขึ้นไปเหยียบบนดินเหล่านั้น

 


ยิ่งทุกคนพยายามเร่งระดมสาดดินลงไปมากเท่าไร
มันก็ก้าวขึ้นมาได้เร็วมากยิ่งขึ้น
ในไม่ช้าทุกคนต่างประหลาดใจ
ที่ในที่สุดเจ้าลาก็สามารถหลุดพ้นจากปากบ่อดังกล่าวได้

 


นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
ชีวิตนี้อุปสรรคต่างๆที่ถาโถมเข้ามาหาเรา
ก็เปรียบเสมือนดินที่สาดเข้ามาหาเรา
จงอย่าท้อถอยและยอมแพ้ จงแก้ไขมัน
เพื่อที่เราจะได้เหยียบมัน เพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นเรื่อยๆ
เปรียบเสมือนลาแก่ที่หลุดพ้นจากบ่อได้

 


ฉันใดฉันนั้น อุปสรรคมีไว้ให้ก้าวข้ามไป
ชีวิตคนเราก็เช่นกัน เราต้องประสบกับโลกธรรมแปดเป็นธรรมดา
คือ  ได้ลาภ ได้ยศ สรรเสริญ สุข
ก็ต้องมีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์

 


แต่เมื่อเรามีทุกข์มีปัญหา
หรือต้องประสบกับวิกฤติหนักหนาสาหัสแค่ไหน
ก็ให้อาศัยขันติ มีความอดทน
เมื่อมีความทุกข์ หยุดทำ หยุดพูด หยุดคิด ตั้งสติ
ใช้ปัญญา อาศัยอดทน อดกลั้น หยุดทุกสิ่งทุกอย่างไว้ก่อน
ไม่ต้องคิดที่จะแก้ปัญหาภายนอก

 


กำหนดรู้ลมหายใจออกยาว ลมหายใจเข้าลึกๆ
ให้มีสติมีความรู้สึกตัว กับลมหายใจเข้า ลมหายใจออก
ติดต่อกันต่อเนื่องกัน มีสมาธิตั้งมั่นกับลมหายใจ
ปล่อยวางความรู้สึกที่ไม่ดี ปล่อยวางจิตใจให้ว่างๆ
ว่างจากอดีต ว่างจากอนาคต ว่างจากความไม่สบายใจ
เหลือแต่จิตที่มีความรู้สึกตัว เบิกบานใจ โอปนยิโก
น้อมเข้าไปหาธรรมชาติของจิตที่เป็นประภัสสร บริสุทธิ์ผ่องใส

 


เมื่อจิตสงบเบาสบายแล้ว จึงค่อยๆคิดแก้ปัญหาด้วยสติปัญญา
เมื่อจิตใจดี สบายใจแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างก็จะค่อยๆดีขึ้น
ให้มีความหวัง มีกำลังใจที่จะต่อสู้


 

ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน  ขุมทรัพย์ก็มีอยู่ที่นั่น
ทุกข์ที่สุดอยู่ที่ไหน  สุขที่สุดมันก็อยู่ที่นั่น
นี่เป็นความจริง


 

ไม่ว่าจะมีวิกฤติหรือเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นกับเรา
สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต คือ รักษาใจของเราให้ดี
ให้มีเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา เป็นคุณธรรมประจำใจของเรา
ตั้งใจทำความดี  รักษาคุณงามความดีความถูกต้อง
ด้วยจิตใจที่หนักแน่นไม่หวั่นไหวในทุกสถานการณ์
ให้ชีวิตทั้งหมดอยู่ด้วยอานาปานสติ
คือทำหน้าที่ปัจจุบันให้ดีที่สุด ด้วยใจดี สุขใจ "

 

 

 


 

     Share

<< ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๕)ทุกข์เพราะคิดผิด >>

Posted on Fri 15 Jun 2007 14:50

 

 
  
 






คิดถึงย่า ( ๕ )
Blog Tag = บ๊อกแถก ?
คิดถึงย่า ( ๔ )
คิดถึงย่า ( ๓ )
คิดถึงย่า ( ๒ )
คิดถึงย่า ( ๑ )
รายการกลับเนื้อกลับตัว ปี ๒๕๕๐
๓๑ ธันวาคม
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๔)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๓)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๒)
ของขวัญปีใหม่ที่ดีที่สุดในโลก (๑)
วจีกรรมในโลกไซเบอร์
รักนี้ที่ยิ่งใหญ่
อ่านไว้เตือนใจตน
รับให้เป็น
เขียนกลอนแล้วจ้า
ชั่วนิรันดร์บางทีก็แสนสั้น
ทุกข์เพราะคิดผิด
นิทานเรื่องลาแก่
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๕)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๔)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๓)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๒)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๑)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๐)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๙)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๘)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๗)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๖)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๕)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๔)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๓)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๒)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑)
Moonlight Sonata (๑)
Violin Concerto K. ๒๑๖
Chercher la source
Songbird



Comments

ไม่ได้เข้ามาซะหลายวันเลย

จริง ๆ เชื่อไม๊ค่ะ คนส่วนมากมักจะอ่านเรื่องพวกนี้ เรื่องธรรมะธรรมโมเหล่านี้ คนอ่านจะซึ้งต่อเมื่อเจอปัญหา เราเองก็เป็นคนนึง แต่ก่อนยอมรับเลยว่าไม่ค่อยเท่าไรนัก อ่านได้แต่ไม่เข้าหัว

เดี๋ยวนี้ "ขันติ" นำเข้ามาใช้ในชีวิตประจำวันมากขึ้น และสำคัญมาก ๆ สำหรับคนวัยที่เลยวัยรุ่นมาแล้ว จริงไม๊ค่ะ คุณเอมคิดว่าไง บางคนอาจจะลืมเตือนสติตัวเอง คนเราต้องมีสติและเตือนตัวเองตลอด ทำอะไรอย่างมีสติ การที่เราอดทนฝ่าฟันเป็นสิ่งที่ทำให้เราพบกับความสำเร็จได้ แม้ความอดทนนั้นจะพบกับความทุกข์บ้าง แต่อันที่จริงแล้วหากเราไม่อดทนความทุกข์ก็มาเยือนอยู่ดี ไม่ว่าจะทุกข์กายหรือใจ แต่ต่างกันตรง "ความสำเร็จ" ที่จะได้รับมากกว่าค่ะ

คือ ได้ลาภ ได้ยศ สรรเสริญ สุข
ก็ต้องมีเสื่อมลาภ เสื่อมยศ นินทา ทุกข์

ชอบอันนี้มากเลยค่ะ และเดี๋ยวนี้เข้าเวปเกี่ยวกับสุขภาพจิตบ่อย เจอนิทานธรรมะบ่อย ธรรมะเป็นตัวเยียวยาที่ดีทีเดียว แต่คนนั้นต้องมีใจที่จะเปิดรับสิ่งเหล่านี้ด้วยอย่างแท้จริง
ButterScotch   
Wed 6 Dec 2006 15:57 [1]




Post Comment






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn