ชีวิตนี้น้อยนัก (๔)

 

สวัสดีค่ะ

 


ไดอารี่ในช่วงนี้ เอมขออัญเชิญบทพระนิพนธ์เรื่อง "ชีวิตนี้มีค่านัก"
ซึ่งรู้จักดีกันในชื่อของ "ชีวิตนี้น้อยนัก" มาลงให้ได้อ่านกันจนจบ
เป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก


 

เนื่องจากเนื้อหามีความยาวพอสมควร
จึงจะทยอยลงทุกวัน  จนจบเล่ม
เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๔๙
คือ แม้จะไม่ว่าง แต่ก็จะมาโพสย้อนหลังค่ะ

 


ความดีใดที่ได้รับจากหนังสือเล่มนี้
ขอทุกท่านน้อมระลึกแด่องค์ผู้ทรงนิพนธ์
คือสมเด็จพระสังฆราชฯ พระองค์ปัจจุบัน


 

และขออนุโมทนากับพี่กอบที่ได้พิมพ์เอาไว้เป็นไมโครซอฟท์เวิร์ด
เอมได้แก้ไขตัวสะกดบ้างเล็กน้อยให้ถูกต้องที่สุดก่อนโพส

 

 

เนื้อหาต่อจากวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๔๙

 

 

"ด้วยผู้ใหญ่ผู้มีสัมมาทิฐิสัมมาปัญญาแต่ไหนแต่ไรมา
ท่านเชื่อในเรื่องอำนาจความยึดมั่นของจิต
ท่านจึงสอนลูกหลานไว้ว่าก่อนจะหลับไป
ให้ภาวนาพุทโธ นึกถึงพระพุทธเจ้า
และให้ตั้งใจปรารถนาว่า เมื่อจากโลกนี้ไปเมื่อใดก็ตาม
ขอให้กลับมาเกิดเป็นมนุษย์ทันที ให้ได้พบพระพุทธศาสนา
ท่านสอนกันให้ตั้งใจเช่นนี้ก่อนจะหลับไป
และท่านสอนว่า ถ้าการหลับครั้งนั้นจะไม่ได้กลับมาตื่นอีก
ก็จะได้ไปดี เป็นไปดังแรงปรารถนา
การได้เกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนานั้นเป็นมงคลสูงสุดของชีวิต
ผู้มีสัมมาทิฐิจึงตั้งจิตปรารถนาอย่างจริงจัง


 

ผู้อธิษฐานจิตปรารถนากลับมาเกิดเป็นมนุษย์พบพระพุทธศาสนานั้น
คือผู้รับรองความสำคัญของชีวิตนี้ แม้จะน้อยนัก
ว่าชีวิตนี้เท่านั้นที่จะนำไปสู่ความสวัสดีมีสุขได้อย่างแท้จริง
เพราะชีวิตนี้เท่านั้นที่พร้อมสำหรับบำเพ็ญบุญกุศลทุกประการ
จะทำดีเพียงไรก็ทำได้ในชีวิตนี้ ทำดีสูงสุดจนเกิดผลสูงสูง
คือการปฏิบัติได้สำเร็จมรรคผลนิพพาน พ้นทุกข์สิ้นเชิง
ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป ก็ทำได้ในชีวิตนี้
หรือทำดีเพียงเพื่อได้ถึงสวรรค์พ้นนรก ก็ทำได้ในชีวิตนี้
การตั้งจิตอธิษฐานไม่ให้หลงไปภพภูมิอื่นหลังละโลกนี้ไปแล้ว
แต่ให้กลับมาสู่ภพภูมิของมนุษย์โดยเร็ว ได้พบพระพุทธศาสนา
จึงเป็นความถูกต้อง พึงทำอย่างยิ่ง

 


แม้ไม่ต้องการมีความทุกข์ในภพชาติข้างหน้า
ก็ต้องทำใจให้ไม่มีความทุกข์ตั้งแต่ในภพชาติปัจจุบันนี้
ไม่ปรารถนาเป็นอะไร ไม่ปรารถนาเป็นอย่างไร ในชาติหน้า
ก็ต้องทำใจ คือทำใจไม่ให้เกาะเกี่ยวข้องอยู่กับอะไรนั้นกับอย่างนั้น 
ตั้งแต่ในปัจจุบันชาติ จึงจะสมปรารถนา
ไม่เช่นนั้นก็จะสมปรารถนาไม่ได้

 


การจะทำใจให้เป็นสุขปราศจากทุกข์ แม้พอสมควรขณะใกล้ดับจิต
คือการเลือกชีวิตในภพชาติใหม่ให้มีความสุข
ปราศจากความทุกข์ได้พอสมควร
แต่การจะสามารถทำใจให้เป็นเช่นไรในเวลาใกล้จะดับจิตนั้น
ก็มิใช่จะทำได้ทันทีโดยมิได้มีความคุ้นเคยกับความรู้สึกเช่นนั้นมาก่อน
ความคุ้นเคยกับความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่ง
คือมีความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอๆ หรือบ่อยๆ เนืองๆ
เช่น การท่องพุทโธไว้ในใจเสมอ นั่นคือความคุ้นเคยกับพุทโธ

 


ความคุ้นเคยกับบุคคลใดที่เคยให้ความเมตตาอุปการะช่วยเหลือ
จะทำให้ใจนึกถึงบุคคลนั้นโดยอัตโนมัติเมื่อถึงคราวคับขัน
ความคุ้นเคยกับความรู้สึกอย่างใดอย่างหนึ่งก็เช่นกัน
อบรมไว้คุ้นเคยกับความรู้สึกใด
เช่น  คุ้นเคยกับอารมณ์มีพระพุทโธ หรือคุ้นเคยกับการท่องพุทโธ
เมื่อถึงเวลาคับขัน ใจจะไม่ไปยึดมั่นเกาะเกี่ยวกับอะไรที่ไม่คุ้นเคย
แต่จะไปเกาะอยู่กับพระพุทโธที่เป็นยอดของสิริมงคลทั้งปวง
ย่อมได้รับสิริมงคลนั้นอันจักนำให้พ้นพาลภัยใหญ่น้อย
ความคุ้นเคยกับสิ่งที่ดีมีมงคลจึงเป็นความสำคัญอย่างยิ่ง

 


ทุกคนผ่านชีวิตในอดีตชาติมาแล้วเป็นอันมาก นับภพชาติไม่ถ้วน
มีความคุ้นเคยกับเรื่องราวกับอารมณ์ต่างๆ มาแล้วมากมาย
คุ้นเคยกับเรื่องราวหรืออารมณ์ใดมาก
ใจยึดมั่นผูกพันข้องติดอยู่กับเรื่องใดอารมณ์ใดมากมาแต่อดีต
ผลของความยึดมั่นถือมั่นผูกพันนั้นจะนำมาสู่ภพปัจจุบัน
ดูภพชาติของตนในปัจจุบัน ก็พอจะเข้าใจว่า
อดีตนั้นตนผูกพันกับเรื่องใดอารมณ์ใดมามาก ดีหรือว่าไม่ดี

 



ผู้ที่มีใจผูกผันอยู่กับการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่
ทำทานการกุศลมามากในอดีตชาติ
ก็จะรู้ได้จากปัจจุบันชาติ
คือปัจจุบันชาติจะสมบูรณ์พูนสุขด้วยทรัพย์สินเงินทอง


 

ผู้ที่มีใจผูกพันกับการเอื้ออาทร
ดูแลรักษาให้ข้าวปลาอาหาร ยารักษาไข้ และเงินทอง
เพื่อผู้เจ็บไข้ได้ป่วยมามากในอดีตชาติ
ไม่เบียดเบียนชีวิตร่างกายผู้อื่นสัตว์อื่น
ก็จะรู้ได้จากปัจจุบันชาติ
คือปัจจุบันชาติจะสมบูรณ์แข็งแรงไม่เจ็บไข้ได้ป่วย
มีพลานามัยดีอันนับเป็นลาภอย่างยิ่ง


 

ผู้ที่มีใจผูกพันอยู่กับการระวังรักษากายวาจาใจของตน
ให้สุภาพอ่อนน้อมต่อผู้ควรได้รับความอ่อนน้อมยกย่อง
ไม่ล่วงเกิดดูหมิ่น ผูกพันเช่นนี้มามากในอดีตชาติ
ก็จะรู้ได้จากปัจจุบันชาติ
คือปัจจุบันชาติจะเป็นผู้อยู่ในตระกูลสูง
อันผู้อยู่ในตระกูลสูงย่อมเป็นผู้ได้รับความอ่อนน้อมยกย่อง ไม่ถูกล่วงเกินดูหมิ่น
เป็นไปเช่นเดียวกับที่ตนเองได้ปฏิบัติไว้ต่อผู้อื่นเป็นอันมากในอดีตชาติ


 

ผู้ที่มีใจผูกพันอยู่กับการช่วยประคับประคอง
รักษาชีวิตผู้อื่นสัตว์อื่นมามากในอดีตชาติ
ไม่เบียดเบียนตัดรอนทำลายชีวิตอื่น
ก็จะรู้ได้จากปัจจุบันชาติ คือปัจจุบันชาติจะเป็นผู้มีอายุยืน
ไม่ถูกตัดรอนเบียดเบียนทำลายด้วยเหตุใดทั้งสิ้น
ไม่ให้ต้องเป็นผู้มีชีวิตน้อยชีวิตสั้น


 

ผู้ที่มีใจผูกพันอยู่กับการรักษากาย วาจา ใจ
อยู่ในศีลบริสุทธิ์มามากในอดีตชาติ มีจิตใจผ่องใสไม่เศร้าหมอง
ก็จะรู้ได้จากปัจจุบันชาติ
คือ ปัจจุบันชาติจะเป็นผู้มีผิวพรรณงดงาม หน้าตาผ่องใส
เป็นที่เจริญตาเจริญใจผู้พบเห็นทั้งหลาย


 

ผู้ที่มีใจผูกพันอยู่กับการปฏิบัติธรรมมามากในอดีตชาติ
ก็จะรู้ได้จากปัจจุบันชาติ
คือปัจจุบันชาติจะเป็นผู้มีปัญญาเฉลียวฉลาด
ศึกษาปฏิบัติธรรมเข้าใจง่าย เจริญดีในธรรม"



 

มีต่อ...

 

 

 

     Share

<< ชีวิตนี้น้อยนัก (๓)ชีวิตนี้น้อยนัก (๕) >>

Posted on Fri 17 Nov 2006 9:50

 

 
  
 






วจีกรรมในโลกไซเบอร์
รักนี้ที่ยิ่งใหญ่
อ่านไว้เตือนใจตน
รับให้เป็น
เขียนกลอนแล้วจ้า
ชั่วนิรันดร์บางทีก็แสนสั้น
ทุกข์เพราะคิดผิด
นิทานเรื่องลาแก่
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๕)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๔)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๓)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๒)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๑)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑๐)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๙)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๘)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๗)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๖)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๕)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๔)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๓)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๒)
ชีวิตนี้น้อยนัก (๑)
Moonlight Sonata (๑)
Violin Concerto K. ๒๑๖
Chercher la source
Songbird
Be
Where is the love (๑)
Moonlight Sonata : First movement
Because you loved me.
Your song.
ให้
The promise. ( ๒ )
เพื่อเธอ
The promise. (๑)
Perhaps love.
ดอกไม้ของน้ำใจ
For good.



Comments




Post Comment






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn