The moon represents my heart.

 

วันนี้ไดฯยาวนะคะ บอกไว้ก่อน
ถ้าอ่านไม่จบควรมาอ่านหลายๆรอบค่ะ  อิอิ



ก่อนอื่น  แจ้งข่าวเรื่องไปเล่นกับน้องที่บ้านเด็กอ่อนปากเกร็ด
วันนี้เอมยังไม่ได้ไป คิดว่าจะไปพรุ่งนี้แทนค่ะ  
และจะไปตลอดไปทุกสัปดาห์นะคะ
ใครสนใจกิจกรรมนี้และอยากไปด้วย/อยากได้ข้อมูลเพิ่มเติม 
ติดต่อเอมได้ที่ 
aims2000@ฮอทเมล์.com  e-mail + msn ค่ะ
ส่วนไปสอนเด็กตาบอด วันนี้ตอนเย็นไปตามปกติค่ะ

 


มาเข้าสู่เนื้อหาไดอารี่วันนี้กันนะคะ..
เพลงนี้  yue liang dai biao wo de xin (เยี่ยเหลียงไดเบ่าหวอเตอซิน )
yue liang  พระจันทร์     dai biao  ตัวแทน
wo de xin ใจของฉัน  ( wo คือ หว่อ ที่แปลว่า ฉัน ยังไงล่ะคะ ^^ )
ชื่ออังกฤษที่แปลมาจากชื่อจีน  The moon represents my heart.
ถ้าไม่ได้ยินเพลง บอกด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ



เอมเคยโพสเพลงนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง
เป็นเพลงแรกของไดอารี่นี้เลย  ที่เอมถอดออกมาเป็นกลอนไทย
ครั้งก่อนลงฉบับเติ้งลี่จวิน คราวนี้เป็นการขับร้องของเลสลี่ จาง
ร้องเพลงนี้ในคอนเสิร์ตปี ๑๙๙๗  แด่ คุณแม่และมิสเตอร์ถัง คนรักของเขา



" Mummy How did you give birth to such a cute and gorgoues son
It is because you were extremely happy with Daddy
Mummy tonight I dedicate this song for you .


And another person who is very close to my heart
At my lowest point ,he gave me a several months salary
To help me through the rough times
He is my great friend Mr. Tong "

 



คำแปลของเพลงนี้ที่เอมถอดเป็นกลอนไทยไว้ค่ะ...

 


ดวงจันทร์แทนดวงใจฉัน

      เธอถามฉัน..ว่ารักลึกสักเพียงไหน       มากเท่าใดอยากรู้ซึ้งจึงปุจฉา
ความรู้สึกที่เห็นเป็นสัจจา                          ดวงจันทราแม่นแม้นแทนดวงใจ
เธอปุจฉา..ว่ารักลึกเพียงไหนกัน                มากเท่าใดจำนรรจ์วานขานไข
ความรู้สึกมิสั่นคลอนยอดหทัย                    ความรักไม่เปลี่ยนแปลงหน่ายแหนงครัน
ดวงจันทราคือตัวแทนแทนดวงจิต              เพียงจุมพิตแผ่วแผ่วดาลสะท้านสั่น
ณ เวลาเรารู้สึกลึกซึ้งกัน                           ทำใจฉันเพ้อคะนึง..ถึงบัดนี้

เธอถามฉันรักลึกซึ้งถึงเพียงไหน                มากเท่าใดใคร่ประจักษ์รักล้นปรี่
เชิญเธอตรองและมองจันทร์อันโสภี            จันทราที่แทนใจฉันมั่นรักเธอ

 

 

เลสลี่ จาง เสียชีวิตแล้ว ..ด้วยการกระโดดตึกตาย เพราะปัญหาความรัก



สำหรับเอมแล้ว…เขาเป็นนักร้องฝีมือยอด   นักแสดงฝีมือเยี่ยม
โดยเฉพาะตอนแสดงเป็น เฉินเตี๋ยอี๋ 
ในภาพยนตร์เรื่อง Farewell my condubine 
ลองมาอ่านบางถ้อยคำของเลสลี่ จาง กันนะคะ..



"ผมกระหายอยากได้ความรัก แต่ก็รู้ว่ามันไม่ได้พบกันง่ายๆ
ความรักไม่ได้นำมาซึ่งความสุขเสมอไป
บางครั้งมันก็มีพลังในการทำร้ายและฆ่าคนด้วย"


"พูดถึงชีวิตคนเนี่ย ผมมองได้ทะลุปรุโปร่งเลยล่ะ 
จะพูดว่าไม่รักชีวิต ก็จะรู้สึกผิดต่อตัวเองไปหน่อย  ที่จริงก็รักนะ
แต่บางครั้งก็รู้สึกตัวเองว่างเปล่า เหมือนกับไม่แยแสกับอะไรทั้งสิ้น
และใกล้กับความตายอยู่ตลอดเวลา คุณว่าแปลกไหม ? 


 "ผมชอบการตายของเฉิงเตี๋ยอีนะ
เพราะเขาจากไปอย่างไม่พะว้าพะวัง  เป็นการตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว
บางทีความตายก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจเลือกของเรา
การเลือกความตายให้ตัวเองเป็นเรื่องน่าทึ่งทีเดียว "
      

 

บทสัมภาษณ์ตัดต่อจาก
http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9480000044825


 

อ่านคำให้สัมภาษณ์ของเขาแล้ว  คงพอเห็นแนวคิดบางอย่าง..
ที่สะท้อนให้เห็นว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเองได้นะคะ

 


เอมฟังเพลงนี้ทีไรก็อดจะคิดถึงคนร้อง 
แล้วคิดโยงไปถึงการตายของเขาไม่ได้
อะไรที่ทำให้คนที่ดูเหมือนจะเพียบพร้อม
ทั้งชื่อเสียง หน้าตา  เงินทอง และเกียรติยศ
ตัดสินใจจบชีวิตตนเองลง..เพียงเพราะปัญหารักสามเส้า


 

ลองคิดๆถึงสาเหตุที่ใครสักคนจะฆ่าตัวตาย...
มีอะไรบ้างนะ



ความรู้สึกท้อแท้ สิ้นหวัง ไม่มีค่าเลยแม้แต่ในสายตาตัวเอง
ความกดดันที่ได้รับ  ความมืดมนในการหาทางออกให้ปัญหา
ความทรมานจากการรับรู้ในสิ่งที่ไม่อยากรับรู้
ความทุกข์ในการที่ต้องเป็นในสิ่งที่ไม่อยากเป็น 
ความเจ็บปวดในการที่ไม่มีใครคนนั้นเคียงข้าง  ฯลฯ




ถ้าถามว่าเอมเข้าใจอารมณ์คนกำลังอยากตายไหม
ตอบได้เลยว่าเข้าใจมาก เพราะเคยเป็นคนๆนั้น
ในช่วงพิษวิทยานิพนธ์  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เลวร้ายกาจ
เอมซึ่งไม่เคยเจอความทุกข์จากการศึกษามาก่อน
ก็แทบไม่อยากจะหายใจอีกแล้ว



แต่ ณ วันนี้ที่ผ่านมาได้แล้ว  บอกได้เลยว่าโลกนี้สวยงาม
ปัญหาที่ผ่านมามันขี้ปะติ๋วมากในสายตาคนอื่น
แต่เอมเองดันมองมันใหญ่โตเท่าภูเขาเลากา
ที่ทุกข์ขนาดนั้นเพราะมัวแต่สงสารตัวเองอยู่
ว่าชีวิตเรานี่มันสุดแสนเศร้าจริงๆ ต้องมาตกที่นั่งลำบากแบบนี้
คิดว่าคนอื่นโชคดี อยากไปไหนก็ได้ไป  มีอิสระเสรี
แต่เราต้องมาจมกับกองกระดาษและความขื่นขม
คิดแล้วก็ร้องไห้   แล้วก็อยากตาย   แล้วก็หาวิธีการตาย
แต่ยังไม่ได้ลงมือนะคะ  บอกตรงๆว่าสงสารครอบครัว
พิมพ์ไปนี่ ภาพเก่าๆผุดขึ้นมาค่ะ  รู้สึกละอายจริงๆ
แต่ก็นั้นละ มันคือความจริงที่แก้ไขไม่ได้แล้ว




สิ่งที่เราคิดว่ามันหนักหนาสาหัสในวันนี้
พอเวลาผ่านไปมันก็จะเลือนๆไปค่ะ
และสุดท้ายมันอาจจะกลายเป็นเรื่องขี้ผงในที่สุด
เก็บไว้ให้เราได้หัวเราะเยาะตัวเองในวันหน้าว่า
ช่างโง่เสียนี่กระไรในวันนั้น


 

มีสิ่งดีๆรอเรามากมาย  แต่เราต้องอดทนผ่านวันนี้ไปให้ได้ซะก่อน …
เหมือนคนเดินข้ามทะเลทราย 
ทั้งร้อน ทั้งเหนื่อย  หมดกำลังใจ รู้สึกว่ามันยาวไกลเหลือเกิน
แต่ถ้ากัดฟันทนต่อไป  ไปต่อไป  จะได้พบกับโอเอซิส




บางคนอาจคิดว่า " ไม่จริงหรอก  รู้ได้ไงว่าจะมีโอเอซิสอยู่ อาจจะไม่เจอก็ได้ 
ชั้นเหนื่อยเหลือเกินแล้ว  ชั้นไม่อยากทนแล้ว พอแล้วกับชีวิตนี้ "
แต่เอมพิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วไงคะ
ถึงได้บอกได้ว่าสิ่งดีๆจะรออยู่ เมื่อเวลาที่ทุกข์สาหัสผ่านพ้นไป


 

อดทนและรอคอยนะคะ 
ชีวิตของเรามีค่ามากกว่าที่จะฆ่าตัวตายด้วยเหตุผลใดๆ


 

เอมนึกๆแล้วก็ยังบ่นเสียดายกับคนอื่นๆ
ว่าตอนนั้น..โง๊ โง่ โง่  ไม่ค่อยได้ใช้สมองเอาซะเลย
ถ้ามีสติสักหน่อยคงจะเอาเวลาทุกข์ๆนั่นไปสอนหนังสือเด็กตาบอด
คนเรานะคะ  ถ้ารู้ว่าตัวเองมีค่าสำหรับคนอื่นบ้าง  จะไม่อยากตายหรอก
แต่มันก็ผ่านไปหมดแล้วละค่ะ  ตอนนี้ไม่ยอมตายง่ายๆ
เพราะรู้ดีว่าชีวิตมีค่าสำหรับคนอื่นมากแค่ไหน


 

ส่วนคนที่ฆ่าตัวตายเพราะความรักนี่…
บอกได้เลยว่าโง่มาก…โง่ขนาดนี้อย่าเพิ่งตายเลย
มีชีวิตอยู่เพื่อพัฒนาตัวเองกันก่อนนะคะ



 


มาพูดถึงเรื่องวิบากกรรมที่จะได้รับจากการฆ่าตัวตายกันบ้าง 
ประเด็นนี้สำหรับท่านที่เชื่อเรื่องการเวียนว่ายตายเกิดเท่านั้นนะคะ
เนื่องจากจดหมายข่าวดังตฤณฉบับล่าสุด 
เผอิญมีเรื่องการฆ่าตัวตาย..พอดี๊ พอดี เลย



สำหรับท่านที่ไม่รู้จักคุณดังตฤณ เอมบอกเล่าเล็กน้อยค่ะ
คุณดังตฤณเป็นนักเขียนแนวธรรมะที่มีฝีปากกาล้ำเลิศ
งานเขาอ่านง่าย เข้าใจง่าย  สนใจ…ก็ที่เวบค่ะ
 
www.dungtrin.net  และ  www.dungtrin.com
สองเวบนี้ไม่เหมือนกันนะคะ  เชิญทัศนาตามอัธยาศัย
และขออนุโมทนาในกุศลกับคุณดังตฤณ 
ที่เขียนสิ่งดีๆให้พวกเราได้อ่านด้วยค่ะ

 


เนื้อความที่เกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย 
ขออนุญาตคุณดังตฤณ ณ ที่นี้  เพื่อนำบางส่วนมาให้ท่านผู้อ่านไดฯอ่านค่ะ

 



"…อัตวินิบาตคือการปลงชีวิตตนเอง มีผลให้ไม่ได้ใช้กรรมที่ควรใช้ก่อนถึงอายุขัย
โดยเฉพาะหากมีบาปมาก ก็เท่ากับพยายามแหกคุกเพื่อหนีโทษด้วยทางลัด

 

การไม่รอให้มีการล้างไพ่ใหม่ตามกาล จัดเป็นการตัดตอน สร้างปมยุ่งเหยิงขึ้น
ไม่ให้เป็นไปตามวิถีธรรมชาติกรรมวิบาก เปรียบกับหนี้ก็ซับซ้อนกว่าหนี้ชนิดไหนๆ
เนื่องจากการทบหนี้กรรมนั้นแตกต่างจากการทบต้นทบดอกของหนี้สินเงินทองมาก…

 

…และถ้าฆ่าตัวเองขณะต้องใช้บาป การหนีโทษย่อมเป็นการเพิ่มโทษในตัวเอง
ทุกข์ที่ยังไม่เสวยก็ต้องเสวยอยู่ดี
แถมพ่วงทุกข์อันเกิดจากการพยายามแหกคุกเข้าไปอีกกระทง
นั่นคือแทนที่จะต้องทนทุกข์ในสภาพมนุษย์ตามเดิม ก็ต้องไปทนทุกข์ในสภาพเปรต
สภาพเดรัจฉาน หรือสภาพสัตว์นรก ซึ่งเป็นอัตภาพที่แย่หนักเข้าไปใหญ่…"

 

 


...ใครที่คิดอยากตายก็ยั้ง-หยุดเถิดนะคะ
อดทนไว้เถิด..อดทนไว้
วันเวลาดีๆ กำลังรอเราอยู่ค่ะ

 

     Share

<< Can you feel the love tonight ?Forever in love. >>

Posted on Fri 15 Jun 2007 14:27

 

 
  
 






Moonlight Sonata (๑)
Violin Concerto K. ๒๑๖
Chercher la source
Songbird
Be
Where is the love (๑)
Moonlight Sonata : First movement
Because you loved me.
Your song.
ให้
The promise. ( ๒ )
เพื่อเธอ
The promise. (๑)
Perhaps love.
ดอกไม้ของน้ำใจ
For good.
Always with me.
Somewhere in my broken heart.
Forever in love.
The moon represents my heart.
Can you feel the love tonight ?
ทำด้วยหัวใจ
ด้วยแรงอธิษฐาน
ต้นไม้ในบ้านหลังเก่า
ทานตะวัน
สองคนหนึ่งคืน
กำแพงบุญ
I want to spend my lifetime loving you.
What a difference a day made.
ที่ตรงนี้
The wind beneath my wings.
มหัศจรรย์แห่งรัก
ลมหายใจของกันและกัน
Someone who lives in your heart.
คิดถึงบ้าน
Nobody loves me like you do.
แสงดาวแห่งศรัทธา
Colors of the wind.
ร่มฉัตร



Comments

ดีใจที่เอมผ่านพ้นเวลานั้นมาได้ สิ่งที่เราได้หลังจากความเจ็บปวดนั้น.......คือความอดทน และการที่เรามีทัศนคติที่กว้างขึ้นในการแก้ปัญหา.......... วันหลังไปเที่ยวกับป้านะ จะได้หายเครียด(^^)......จุ๊บๆๆๆๆๆๆ
prikthai   
Wed 6 Sep 2006 11:07 [1]




Post Comment






bestview in 1024*768
The best template from http://www.oblog.cn